ทำงาน​ chornvor.​ 18-7-69 by Vorapat.k(RMU.)& Orachorn.j(ฺBUU.) บริษัท มุ่งมั่นวัฒนา​ จำกัด​ (มหาชน)

 

กูนอนซื้อหุ้น​ ตาละ​ 1​ บาท​ กับ​ UFABET​ คงไม่หลักหัวหมาที่ไหนน่ะ​ อันที่จริง​ ผัวมันเมียมันร่านๆๆกันเอง​ ไม่มีใครไปทำอะไรมัน.... 



พวกอีวงศ์จักรีเริ่มไม่มีแดก... แล้วมามองหน้า​ พระเจ้าตากสินมหาราช​ มามองหน้าตาขาบ​ ยายสาย​ เดินเลาะขอบรั้วหาขอของกิน​ ยังไงกูก็เกลียดฝังใจ..... มันตีกับผัวมันเอง​ ผัวนอนอัพยาอี​ เมียไม่ได้ซื้อหุ้นเหมือนหลานพระเจ้าตากสินมหาราช​ แต่กลับเอาบ้านไปจำนองเล่นการพนัน​ มันตีกันเองในครอบครัวมัน.นี่คือความจริง... จากในหลวงอีฟ​ ทางที่ดีเราอย่าไปเหลียวตาดูมันดีกว่ากับพวกเนรคุณพ่อแม่.

ลูกหลานแดกยาบ้า​ หมาที่ไหน​ เขาก็ไม่อยากคบ.


ลูกมัน​ เมียมัน​ ผัวมัน​ พี่น้องมัน​ ร่านกันจะตายห่า​ เกี่ยวไรกับครอบครัวกู.


มึงไม่รู้รึวะ​ พ่อหม้ายแม่หม้ายได้กัน​ ทำอะไรไม่ขึ้นเลย.จะประหารชีวิตเขา.


พ่อหม้ายแม่หม้ายทิ้งลูกให้หิวแล้วไปนัดเอากัน...... แล้วมาใส่ร้ายเด็กอย่างพวกกู.... อีรามคำแหงไงวะ... 


เขาท้องแล้วให้เอาลูกออกกัน​ คนทำแท้งน่ะ... 

กรรมนึง​ ผีลูกมันคอยหลอกอยู่น่ะ.... กรรมของมันว่ะ​ พวกวงศ์จักรี.... 


มึงไม่รู้จักคำว่า​ ชุบตัวหลอกคน​ รึวะ.

คำว่า **"ชุบตัวหลอกคน"** เป็นคำที่สะท้อนพฤติกรรมที่น่าระอาใจของคนที่แสร้งทำตัวเป็นคนดี ทำท่าทีว่าจะกลับตัวกลับใจ หรือสร้างภาพลักษณ์ว่าปรับปรุงตัวเอง แต่จริงๆ แล้วมีเจตนาแอบแฝงเพื่อหลอกลวง เอาเปรียบ หรือหาผลประโยชน์จากผู้อื่นครับ


พฤติกรรมแบบนี้มักเกิดขึ้นเพราะคนๆ นั้นรู้ว่า "ความน่าเชื่อถือ" "ความสงสาร" หรือ "ภาพลักษณ์ที่ดี" สามารถใช้หลอกเอาผลประโยชน์จากคนในสังคมได้ การ "ชุบตัว" ในที่นี้จึงเป็นเพียงฉากหน้าหรือหน้ากากที่สวมใส่เพื่อกลบเกลื่อนธาตุแท้


**ข้อสังเกตสำหรับคนประเภท "ชุบตัวหลอกคน":**

1. **คำพูดสวยหรู แต่การกระทำไม่สอดคล้อง:** มักพูดจาโน้มน้าวใจถึงเรื่องราวการกลับตัว หรืออ้างว่าตัวเองเปลี่ยนไปแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาต้องรับผิดชอบหรือลงมือทำจริงๆ กลับหลีกเลี่ยงหรือทำตรงกันข้าม

2. **เปิดเผยธาตุแท้เมื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์:** หน้ากากมักจะหลุดทันทีเมื่อมีเรื่องเงินทอง ผลประโยชน์ หรือเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องใช้คุณอีกต่อไป

3. **สร้างภาพให้คนนอกเห็น แต่ทำร้ายคนใกล้ตัว:** มักจะสร้างภาพลักษณ์ว่าตัวเองเป็นคนดีกับคนนอกสังคมหรือคนเพิ่งรู้จัก แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดที่รู้ทัน มักจะแสดงพฤติกรรมที่แท้จริงออกมา

4. **ใช้ความสงสารเป็นเครื่องมือ:** มักเล่าเรื่องราวที่น่าเวทนา หรืออ้างว่าตัวเองลำบากเพื่อเรียกความสงสารและทำให้คนตายใจ ยอมช่วยเหลือ


**วิธีรับมือหากกำลังเจอคนแบบนี้:**

* **เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง:** หากคุณรู้สึกไม่ชอบมาพากล หรือรู้สึกว่าเขากำลัง "แสดงละคร" อย่าเพิ่งรีบเชื่อใจเพียงเพราะคำพูดหวานหู

* **ใช้ "เวลา" เป็นตัวทดสอบ:** การเสแสร้งไม่สามารถทำได้ตลอดรอดฝั่ง ยิ่งใช้เวลาสังเกตนานเท่าไหร่ หน้ากากก็จะยิ่งหลุดออกมาเท่านั้น

* **อย่าเพิ่งยื่นมือเข้าช่วยเรื่องเงินทองหรือผลประโยชน์:** จนกว่าจะแน่ใจในเจตนาที่แท้จริง และดูจาก "การกระทำที่สม่ำเสมอ" ไม่ใช่แค่คำสัญญา

* **รักษาระยะห่าง:** หากจับได้ว่าการ "ชุบตัว" ของเขาเป็นเพียงเครื่องมือในการหลอกลวง การถอยออกมาและตัดสัมพันธ์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด


หากคุณกำลังเจ็บปวด เสียความรู้สึก หรือสูญเสียผลประโยชน์จากคนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ ขอให้มองว่าเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เราเฉียบคมและระวังตัวมากขึ้นในการคบคนในอนาคตครับ 


เป็นกำลังใจให้นะครับ! หากอยากเล่า ระบาย หรือปรึกษาเรื่องราวที่เจอมา สามารถพิมพ์บอกได้เลยครับ ยินดีรับฟังครับ


งานที่กูทำเตือนสติคนได้​...... มันก็จะมีแต่คนที่ทำตัวเป็นหมาไม่เข้าใจะอะไรคอยกัดเขาเรื่อยไปสุดท้ายลื่นล้มกลางถนนเอง.กัดเขาไว้มาก.น่ะ


หยุดทุกอย่างชั่วคราว สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วอ่านข้อความนี้นะครับ


ไม่ว่าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกท้อแท้ สับสน ผลัดวันประกันพรุ่ง หรือกำลังหลงทางอยู่กับอารมณ์ของตัวเอง ขอให้คุณลองเตือนตัวเองด้วยความจริงเหล่านี้:


**1. เวลาไม่รอใคร และพรุ่งนี้ก็มาถึงอยู่ดี**

ไม่ว่าวันนี้คุณจะเตรียมตัวพร้อมแค่ไหน หรือจะยังไม่ได้เริ่มลงมือทำเลยก็ตาม พระอาทิตย์ก็จะขึ้นใหม่ในวันพรุ่งนี้เสมอ คำถามคือ... คุณอยากตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึก "เสียดายเวลา" หรือ "ภูมิใจที่ทำได้"


**2. ไม่มีใครมาช่วยกอบกู้ชีวิตคุณได้ นอกจากตัวคุณเอง**

หยุดรอคอยปาฏิหาริย์ หรือรอให้ใครมาฉุดคุณขึ้นจากหลุมลึก ความฝัน ภาระ และความสุขของคุณ มีแค่ "คุณ" เท่านั้นที่เป็นพระเอก/นางเอก ที่จะผลักดันมันให้เดินหน้าต่อได้


**3. ความสมบูรณ์แบบ คือกับดักของการไม่ลงมือทำ**

หยุดคิดวนเวียนจนตัวเองเหนื่อยล้า เพราะคำว่า "พร้อม" ไม่มีอยู่จริง โฟกัสที่การ "เริ่มทำ" แม้จะทำได้แค่เล็กน้อยในวันนี้ ก็ดีกว่าการนั่งคิดแผนการที่ยิ่งใหญ่แต่ไม่ได้เริ่มทำสักที


**4. สิ่งที่คุณกังวล 90% ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง**

คุณกำลังแบกภูเขาแห่งความกังวลในหัวที่ส่วนใหญ่เป็นแค่ "สมมติฐาน" ลองถามตัวเองว่า *"เรื่องนี้จะยังสำคัญอยู่ไหมในอีก 5 ปีข้างหน้า?"* ถ้าไม่ ก็อย่าเอาเวลาและพลังงานที่มีค่าไปจ่ายแพงๆ ให้กับมัน


**5. เหนื่อยก็พักได้ แต่อย่าเพิ่งทิ้งทุกอย่าง**

การหมดไฟ การร้องไห้ หรือการรู้สึกแย่ เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ให้เวลาตัวเองได้พักชาร์จพลัง แต่พอตั้งสติได้แล้ว ต้องลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นเดินต่อ


---


**สิ่งที่ต้องทำตอนนี้:**

1. วางสิ่งที่ทำให้คุณฟุ้งซ่านลง

2. ดื่มน้ำสักแก้ว ล้างหน้า

3. เลือกมา **1 สิ่ง** ที่ค้างคาอยู่ในหัว แล้วลงมือทำมันทันที哪怕แค่ 5 นาที


สติกลับมาแล้ว... กลับไปลุยกับชีวิตของคุณต่อ吧 เป็นกำลังใจให้ครับ!





อีฟ.​ อรชร​ จุกสีดา​ คือพระเจ้าตากสินมหาราช.

 MAX.วรภัทร​ กุลสถิตย์​ คือพระนเรศวร​.

Comments