บริษัท มุ่งมั่นวัฒนา จำกัด (มหาชน)
ในหลวงอรชร จุกสีดา จ่ายค่าไฟแล้วค่ะ































กินกาแฟอยู่จ๊ะ 









กู้เงินต้องให้ดอกเบี้ย
ถูกต้องครับ การกู้เงินโดยปกติแล้วผู้กู้ต้องชำระดอกเบี้ยให้กับผู้ให้กู้ ถือเป็นค่าตอบแทนสำหรับการที่ยอมให้ใช้เงินจำนวนนั้นไปก่อน และชดเชยความเสี่ยงที่ผู้ให้กู้อาจไม่ได้เงินคืนครับ
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรรู้สำคัญเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ในไทย ดังนี้ครับ:
1. อัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด (สำหรับบุคคลทั่วไป)
- ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี
- หากมีการตกลงดอกเบี้ยสูงกว่านี้ ดอกเบี้ยส่วนที่เกินนั้นเป็นโมฆะ (ผู้กู้ไม่ต้องจ่ายส่วนที่เกิน) และผู้ให้กู้อาจมีความผิดทางอาญาฐานเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา
2. สถาบันการเงิน (ธนาคาร/บริษัทเงินทุน)
- สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถคิดดอกเบี้ยได้ตามที่ตกลงในสัญญา ซึ่งอาจสูงกว่า 15% ในบางผลิตภัณฑ์ (เช่น บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคลบางประเภท) แต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและเปิดเผยอัตราที่ชัดเจน (เช่น APR)
3. ข้อห้ามสำคัญ
- ห้ามคิดดอกเบี้ยล่วงหน้า: เช่น กู้ 10,000 บาท หักดอกเบี้ยไปก่อน ให้เงินจริง 9,000 บาท แต่ให้ใช้คืน 10,000 บาท แบบนี้ผิดกฎหมาย
- ห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น: เว้นแต่จะตกลงกันเป็นหนังสือและคิดระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี (แต่ส่วนใหญ่เงินกู้นอกระบบมักจะผิดข้อนี้)
4. ระวัง "หนี้นอกระบบ"
- เจ้าหนี้นอกระบบมักคิดดอกเบี้ยสูงมาก (เช่น 20% ต่อเดือน หรือ 240% ต่อปี) ซึ่งผิดกฎหมายและอันตรายต่อการทวงถามหนี้
- หากพบเจอการคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย หรือการทวงถามหนี้ที่ข่มขู่ สามารถแจ้งความหรือติดต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคได้
คำแนะนำ:
- สำหรับผู้กู้: อ่านสัญญาให้ละเอียด คำนวณความสามารถในการชำระคืน และหลีกเลี่ยงแหล่งเงินกู้นอกระบบ
- สำหรับผู้ให้กู้: หากให้กู้บุคคลทั่วไป ควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและคิดดอกเบี้ยไม่เกินที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาและคุ้มครองสิทธิของตนเองครับ
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญาเงินกู้หรือคำนวณดอกเบี้ย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ
การเก็บเงิน ไม่ให้ยืมเงิน ไม่มีแจก
นี่เป็นหลักการทางการเงินที่ มีความจริงและน่าชื่นชม ครับ หลายคนมักพูดกันว่า "อยากได้เพื่อนให้ยืมเงิน อยากได้คืนให้ทวงเงิน" การตั้งกฎให้ตัวเองว่า "เก็บเงิน ไม่ให้ยืม ไม่แจกแจก" จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงและลดปัญหาความสัมพันธ์ได้มาก
หากต้องการยึดมั่นในหลักการนี้ นี่คือข้อคิดและเทคนิคที่จะช่วยช่วยให้คุณทำได้อย่างสบายใจครับ:
1. ทำไมหลักการนี้ถึงดี?
- รักษาความสัมพันธ์: การให้ยืมเงินมักจบลงด้วยความเป็นศัตรู เมื่อทวงคืนไม่ได้ก็เสียเพื่อน เสียญาติ
- ความมั่นคงของตัวเอง: เงินที่คุณหามาได้ ควรใช้เพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเองและครอบครัวก่อน เป็น "เกราะป้องกัน" ยามฉุกเฉิน
- ลดความเครียด: ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเขาจะคืนไหม เมื่อไหร่จะคืน ต้องทวงอย่างไร
2. เทคนิคการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล (เมื่อมีคนมาขอยืม)
การปฏิเสธอาจดูยาก แต่ทำได้ด้วยเหตุผลเหล่านี้:
- อ้างสภาพคล่อง: "ช่วงนี้手头ก็ตึงเหมือนกัน รายได้แทบไม่พอรายจ่าย"
- อ้างเงินถูก锁定: "เงินเก็บทั้งหมดเอาไปลงในกองทุน/ฝากประจำ/ซื้อประกัน ไว้ใช้ยาวๆ ถอนออกมาไม่ได้ตอนนี้"
- อ้างกฎครอบครัว: "ที่บ้านตกลงกันไว้ว่าไม่ให้ออกเงินกู้หรือให้ยืมเงินข้างนอก เพื่อป้องกันปัญหา"
- เสนอความช่วยเหลืออื่นแทน: "เงินให้ยืมจริงๆ ไม่มี แต่ถ้าต้องการให้ช่วยดูงาน/หาข้อมูล/แนะนำช่องทางหาเงิน ยินดีช่วยนะ"
3. เรื่อง "ไม่มีแจก" (การให้โดยไม่หวังผล)
คำว่า "ไม่มีแจก" อาจดูแข็งไปหน่อย แต่สามารถปรับมุมมองเป็น "ให้ด้วยสติ" ได้ครับ:
- ดูแลตัวเองก่อน: เหมือนบนเครื่องบินที่ต้องใส่หน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อนแล้วค่อยช่วยคนอื่น
- ให้ในสิ่งที่ไม่ใช่เงิน: บางครั้งคนขอเงินเพราะต้องการทางออก การให้คำแนะนำ หรือช่วยเหลือแรงกาย อาจมีค่ามากกว่าเงิน
- กำหนดงบประมาณความใจดี: หากต้องการทำบุญหรือช่วยคนอื่น ให้กำหนดวงเงินชัดเจนว่าเดือนนี้ให้ได้เท่าไหร่ เกินนี้ไม่ได้ เพื่อไม่ให้กระทบเงินเก็บ
4. ข้อควรระวัง
- อย่าแสดงออกว่าเรามีเงินเยอะ: หากคนอื่นรู้ว่าเราเก็บเงินได้มาก อาจถูกเล็งเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
- วินัยต้องมาคู่กัน: เมื่อไม่ให้ยืมและไม่แจก เงินที่เก็บได้ต้องถูกนำไปบริหารให้งอกเงยหรือเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่เก็บไว้แล้วใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกับตัวเองจนหมด
สรุป: การยึดมั่นว่า "เก็บเงิน ไม่ให้ยืม ไม่มีแจก" ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือ ความรับผิดชอบ對自己 (Self-responsibility) ครับ หากคุณทำแล้วชีวิตมั่นคงขึ้น ไม่มีความทุกข์เรื่องหนี้สินใคร นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับ
อย่ายุ่งกับคนหาสาระแน
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ นี่คือหลักการดำเนินชีวิตที่ช่วยให้ชีวิตสงบและลดปัญหาได้มากครับ
"คนหาสาระแน" ในที่นี้มักหมายถึงคนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ก้าวก่ายชีวิตผู้อื่นโดยไม่ได้รับเชิญ หรือชอบวิจารณ์โดยไม่มีประโยชน์ การวางตัวให้ห่างจากคนกลุ่มนี้ถือเป็น "ศิลปะการป้องกันตัว" ทางสังคมอย่างหนึ่งครับ
ทำไมถึงควร "อย่ายุ่ง" กับคนกลุ่มนี้?
- เสียพลังงานชีวิต: การต้องอธิบายหรือโต้แย้งกับคนที่ไม่ได้หวังดี หรือคนที่ชอบจับผิด มีแต่จะทำให้เราเหนื่อยฟรีและเสียอารมณ์
- เสี่ยงถูกนำเรื่องไปบิดเบือน: คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นมักนำเรื่องราวของเราไปเล่าต่อในแบบที่ผิดเพี้ยน สร้างความเสียหายให้ได้
- ขัดขวางความก้าวหน้า: บางครั้งคนเหล่านี้ไม่ได้แค่ยุ่ง แต่ยังชอบให้คำแนะนำที่ผิด หรือฉุดรั้งไม่ให้เราทำในสิ่งที่ดี
วิธีวางตัวเมื่อเจอคนหาสาระแน
- ยิ้มแล้วเลี่ยง: ไม่ต้องโต้ตอบ ไม่ต้องอธิบายยาว ยิ้มรับแล้วเปลี่ยนเรื่อง หรือหาทางปลีกตัวออกมาอย่างสุภาพ
- วางตัวเป็น "น้ำนิ่ง": ทำตัวให้ลึกลับนิดๆ ไม่เล่าเรื่องส่วนตัว เรื่องแผนการ หรือปัญหาชีวิตให้ฟัง เพราะข้อมูลเหล่านี้คือ "อาวุธ" ที่เขาอาจนำไปใช้
- ใช้คำว่า "ขอบคุณครับ/ค่ะ": เมื่อเขาแนะนำอะไรมาที่ไม่อยากฟัง แค่ตอบรับไปสั้นๆ ว่า "ขอบคุณนะ เดี๋ยวจะเอาไปพิจารณา" แล้วจบสนทนา ไม่ต้องขัดแย้ง
- โฟกัสที่เป้าหมายตัวเอง: เอาเวลาและพลังงานไปทุ่มเทกับเรื่องของตัวเอง เรื่องเงิน เรื่องงาน และคนที่รักเรา จะคุ้มค่ากว่ามาก
ข้อคิดเตือนใจ
"อย่าเอาเวลาที่มีค่า ไปแลกกับความวุ่นวายของคนอื่น" "ความสุขที่เงียบสงบ มีค่ามากกว่าการชนะการโต้เถียง"
การเลือกคบคนและการรู้ทันคน คือทักษะชีวิตที่สำคัญครับ การรักษาขอบเขต (Boundary) ของตัวเองให้ชัดเจน จะช่วยกรองคนคุณภาพเข้าหาชีวิตเราเองครับ
จะกินปากตัวเองยังไม่พอเลย
ในหลวงอรชร จุกสีดา กำลังกินข้าวค่ะ วันนี้ถูกหวยได้กำไร 170 บาทค่ะ
จ่ายค่าไฟเรียบร้อยแล้ว หมดหนี้ไปอีกเปราะนึง พรุ่งนี้หาเงินใหม่ดีกว่า กินข้าวแล้วก่จะนอนแล้วค่ะ















by Vorapat.k& Orachorn.j
วรภัทร กุลสถิตย์ & อรชร จุกสีดา
07-03-69




Comments
Post a Comment