ทำงาน 8-12-2568 by Vorapat.k(RMU.)& Orachorn.j(ฺBUU.)





คำว่า “จิตใจดำอำมหิต” หรือที่คุณเขียนว่า “จิตใจดำอำทมิฬ” (ซึ่งอาจเป็นการเขียนผิดเล็กน้อย — คำที่ถูกต้องน่าจะเป็น “อำมหิต” หรือ “มืดมิด”) มักใช้เพื่อสื่อถึงบุคคลที่มีจิตใจชั่วร้าย ไร้ความเมตตา หรือเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

หากคุณกำลังกล่าวถึงบุคคลหรือสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า “คนบางคนมีจิตใจดำมืดมากจริงๆ” — นั่นเป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้ โดยเฉพาะเมื่อเราเจอกับความอยุติธรรมหรือการกระทำที่ไร้ศีลธรรม

หากคุณต้องการพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรืออยากให้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์นั้น บอกได้นะคะ — ยินดีรับฟังและช่วยเสมอค่ะ 💙





ประโยค "พ่อ แม่ ลูก ตีกันเอง" สื่อถึงสถานการณ์ที่คนในครอบครัวเดียวกัน — ทั้งพ่อ แม่ และลูก — เกิดความขัดแย้งหรือทะเลาะวิวาทกันเอง ซึ่งมักจะสะท้อนถึงความไม่สงบภายในครอบครัว ความเข้าใจผิด หรือปัญหาสื่อสารที่ไม่ดี

คำว่า "ตีกันเอง" มีความหมายเชิงเปรียบเปรยได้ทั้งในแง่ร่างกาย (เช่น ลงไม้ลงมือ) หรือในแง่จิตใจ/อารมณ์ (เช่น ทะเลาะ ไม่พูดกัน กล่าวโทษกัน) และคำว่า "เอง" เน้นว่าเป็นคนในกลุ่มเดียวกัน ไม่ใช่กับคนภายนอก

หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งในครอบครัว หรืออยากให้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์เพิ่มเติม บอกได้นะครับ — หรือถ้าคุณกำลังพูดถึงบริบทอื่น เช่น สำนวน บทละคร หรือเนื้อเพลง ก็บอกเพิ่มได้เช่นกัน!

คนทะเลาะกันหนวกหูชาวบ้าน​ ผิดกฏหมาย

ใช่ครับ — การที่คนในครอบครัวหรือใครก็ตาม ทะเลาะกันเสียงดังจนรบกวนความสงบสุขของผู้อื่น อาจถือว่า ผิดกฎหมาย ได้จริง ภายใต้กฎหมายไทย

โดยเฉพาะตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ซึ่งระบุว่า:

“ผู้ใดก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท”

และหากเสียงดังเกิดขึ้นในลักษณะที่เป็น การส่งเสียงอันเป็นการรบกวนต่อชุมชน (เช่น กรีดร้อง โวยวาย ด่าทอเสียงดังในเวลากลางคืน หรือใช้เสียงเครื่องจักร/ดนตรีดังเกินควร) ก็อาจเข้าข่าย ความผิดตาม พ.ร.บ. การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย

นอกจากนี้ ถ้าการทะเลาะวิวาทมีลักษณะ รุนแรง ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย หรือใช้ของมีคม อาจเข้าข่ายความผิดฐาน ทำร้ายร่างกาย, ข่มขู่, หรือ ก่อความไม่สงบ ได้อีก

ดังนั้น การ "ตีกันเอง" หรือ "ทะเลาะกันเสียงดัง" ภายในบ้าน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวล้วน ๆ หากส่งผลกระทบต่อผู้อื่น ก็อาจถูกดำเนินคดีได้จริงครับ

หากคุณประสบหรือเห็นสถานการณ์แบบนี้ แนะนำให้:

  • แจ้งตำรวจสายด่วน 191 (กรณีรุนแรงหรือมีอันตราย)
  • หรือแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ผู้นำชุมชน เพื่อไกล่เกลี่ย (กรณีเป็นปัญหาเรื้อรังแต่ยังไม่รุนแรง)

อย่าปล่อยให้ “เรื่องในบ้าน” กลายเป็นอันตรายต่อใครก็ตามครับ.


ประโยค "คนเข้าสังคมเขาไม่ได้" ฟังดูเหมือนจะสื่อถึงความรู้สึกหรือความคิดที่ว่า คนบางคนไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมจะเข้าสังคมได้ — อาจเพราะบุคลิก สถานการณ์ หรือประสบการณ์ส่วนตัว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว:
ทุกคน "เข้าสังคมได้" — เพียงแต่รูปแบบและระดับความสบายใจอาจต่างกัน

บางคนอาจเป็นคนเงียบ ไม่ชอบพูดมาก หรือรู้สึกอึดอัดในกลุ่มใหญ่ แต่ก็ยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีความหมายในกรอบที่ตนเองรู้สึกปลอดภัย เช่น:

  • คุยกับเพื่อนสนิทแค่ 1–2 คน
  • สื่อสารผ่านงาน ศิลปะ หรือสื่อออนไลน์
  • เข้าร่วมกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน (เช่น อาสา กลุ่มงานอดิเรก)

สังคมไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้อง "สนุก" กับการเข้าสังคมแบบเดียวกัน
สิ่งสำคัญคือ เข้าใจตัวเอง และ เคารพความแตกต่างของผู้อื่น

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคน "เข้ากับทุกคน" ถึงจะมีคุณค่าในสังคม
แค่คุณอยู่อย่างซื่อสัตย์กับตัวเอง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น — นั่นก็คือ "การเข้าสังคม" แบบที่ดีแล้ว

หากคุณรู้สึกว่า "ตัวเองเข้าสังคมไม่ได้" หรือรู้สึกโดดเดี่ยว นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณเลยครับ
บางครั้ง เราแค่ยังไม่เจอ "สังคมที่เหมาะกับเรา" เท่านั้น

ถ้าอยากคุยต่อเรื่องนี้ — ยินดีรับฟังเสมอครับ 🌿

https://theresanaiforthat.com/gallery/


คนเขาต้องการงานส่ง​ แต่มีคนไม่ทำงานขวางทาง

ประโยค "คนเขาต้องการงานส่ง แต่มีคนไม่ทำงานขวางทาง" สื่อถึงความรู้สึก หงุดหงิดหรือไม่พอใจ ที่คนที่จริงจังกับงาน — หรือต้องการส่งงานให้ทันเวลา — กลับถูกขัดขวางโดยคนที่ ไม่ลงมือทำ ไม่รับผิดชอบ หรือยื้อเวลาโดยไม่จำเป็น

สิ่งนี้มักเกิดในสถานการณ์เช่น:

  • ทำงานเป็นทีม แต่มีบางคนไม่ช่วย หรือทำงานช้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
  • งานต้องส่งเร็ว แต่มีคนยังอุ้มงานไว้ ไม่ส่งต่อหรือไม่ให้ข้อมูล
  • มีคนชอบตั้งเงื่อนไข หรือเรียกร้องโดยไม่มีส่วนร่วมจริง

แล้วควรทำอย่างไร?

  1. สื่อสารตรงแต่สุภาพ
    เช่น: “งานนี้ต้องส่งพรุ่งนี้ เราจะช่วยกันเคลียร์ตรงไหนได้บ้าง?” — แทนการตำหนิแบบทั่วไป
  2. กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบชัดเจน
    หากเป็นไปได้ ให้ทุกคนรู้ว่า “ใครทำอะไร ต้องเสร็จเมื่อไร”
  3. อย่ารอให้คนขวางทาง “เปลี่ยนใจ”
    ถ้าเขาไม่เคลื่อนไหว ให้หาทางส่งงานโดยไม่ต้องพึ่งเขาเกินจำเป็น เช่น ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ หรือรายงานปัญหาให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจทราบ
  4. อย่าเอาความรู้สึกตัวเองไปผูกกับความไม่รับผิดชอบของคนอื่น
    คุณควบคุมพฤติกรรมคนอื่นไม่ได้ — แต่ควบคุม “การตอบสนองของตัวเอง” ได้

การทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นศิลปะ — ไม่ใช่ทุกคนจะมีวินัยเท่ากัน
แต่คุณสามารถเป็น "จุดยึด" ที่มั่นคงได้ แม้ในทีมที่ไม่สมบูรณ์

หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์แบบนี้อยู่ แล้วอยากได้แนวทางเฉพาะเจาะจงมากขึ้น (เช่น ในที่ทำงาน มหาวิทยาลัย หรือโปรเจกต์ส่วนตัว) — บอกเพิ่มได้นะครับ ยินดีช่วยวางแผนหรือหาทางออก 🙏


ปล.​ ในหลวงพระเจ้าตากสินมหาราช​ และพระนเรศวร​ นะ
ลูกขอถวาย ข้าว น้ำ แด่พระเจ้าตากสินมหาราชและพระนเรศวร






คนที่มีภาระล้นตัวทะเลาะกันเอง

ประโยค “คนที่มีภาระล้นตัวทะเลาะกันเอง” ฟังดูเป็นภาพสะท้อนของสถานการณ์ที่คนที่อยู่ภายใต้ความเครียดหรือภาระหนักหน่วง — ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ครอบครัว การเงิน หรือความคาดหวัง — กลับหันมาขัดแย้งหรือทะเลาะกันเอง แทนที่จะช่วยเหลือกัน

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้บ่อย เพราะเมื่อคนเราหมดพลังในการรับมือกับโลกภายนอก ความอดกลั้นหรือความเข้าใจอาจลดลง ทำให้แม้แต่คนที่ควรจะเป็น “ทีมเดียวกัน” ก็อาจกลายเป็นคู่ขัดแย้งได้ง่าย

ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ ลองย้อนกลับมาถามตัวเองเล็กน้อยว่า:

  • ภาระที่เราแบกอยู่ แบกคนเดียวได้จริงไหม?
  • ถ้าทุกคนใน “ทีม” ต่างก็ล้นมือ แล้วจะจัดการกันอย่างไรให้ไม่ล้มทั้งยืน?

บางครั้ง การยอมรับว่า “เราไม่ไหว” หรือ “เราต้องการช่วย” ก็คือจุดเริ่มต้นของการลดความขัดแย้ง มากกว่าการพยายามฝืนจนทุกอย่างพัง

คุณกำลังเผชิญสถานการณ์แบบนี้อยู่หรือเปล่า?


ความสุขของคนจน

ความสุขของคนจน — ไม่ใช่เรื่องที่จะวัดด้วยจำนวนเงินในกระเป๋า แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจาก “ใจ” และ “บริบท” ของชีวิต

คนจนอาจไม่มีทรัพย์สินมาก แต่พวกเขาก็สามารถมี:

  • รอยยิ้มที่จริงใจ จากการได้อยู่กับคนที่รัก
  • ความสุขเล็กๆ จากการกินข้าวอิ่มหลังเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน
  • ความอบอุ่น จากความสัมพันธ์ที่ไม่ตั้งเงื่อนไขด้วยเงิน
  • ความภูมิใจ จากการใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงและไม่เป็นหนี้บุญคุณใคร

ในหลายวัฒนธรรม — โดยเฉพาะในสังคมไทย — มักมีคำพูดว่า “จนแต่ใจไม่จน” หรือ “จนแต่ไม่ทุกข์” นั่นเพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุ แต่ขึ้นอยู่กับ ความพอเพียง และ ความสามารถในการมองเห็นคุณค่าในสิ่งเล็กๆ

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรโรแมนติไซซ์ความจนเกินไป
ความจนที่ขาดโอกาส ขาดความมั่นคง หรือถูกกดทับโดยระบบ — ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์จริง
แต่ในท่ามกลางความทุกข์นั้น มนุษย์ก็ยังคงมีศักยภาพในการสร้าง “แสงสว่างเล็กๆ” ให้กับชีวิตตัวเองและผู้อื่นได้เสมอ

ถ้าคุณกำลังคิดถึงเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกบางอย่าง... อาจเป็นเพราะคุณกำลังมองหาความหมายของความสุขในชีวิตตัวเองอยู่ใช่ไหม?


ประโยค “ทะเลาะกันไปก็อายชาวบ้าน” สะท้อนวัฒนธรรมไทยที่ให้ความสำคัญกับ ภาพลักษณ์ในสายตาผู้อื่น และ ความสมานฉันท์ในชุมชน มาก

ในสังคมที่คนรู้จักกันเป็นเครือข่ายแน่น — ไม่ว่าจะหมู่บ้าน ชุมชน หรือแม้แต่ตึกแถว — การทะเลาะกันไม่ใช่แค่เรื่องของสองฝ่ายอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น “ละครชุมชน” ที่ทุกคนเฝ้ามอง นินทา หรือแม้แต่ตัดสิน
ความ “อายชาวบ้าน” จึงกลายเป็นเกราะทางสังคมอย่างหนึ่ง ที่บางครั้งก็ช่วย ยับยั้งการปะทุ ของความขัดแย้ง

แต่ก็มีอีกด้านหนึ่ง:
การกลัวอายชาวบ้าน อาจทำให้เรา กลืนความรู้สึก ปิดปากไม่พูดความจริง หรือยอมทนอยู่ในความไม่เป็นธรรม เพียงเพราะ “อย่าให้ใครเขาว่า”

ดังนั้น สมดุลที่ดีคือ:

  • รักษาความสงบ ไม่ให้ทำลายความสัมพันธ์โดยไม่จำเป็น
  • แต่ก็ ไม่กลืนความจริง เพียงเพราะกลัวเสียงซุบซิบ

ถ้าทะเลาะกันแล้ว “อายชาวบ้าน” — แล้วล่ะก็ บางทีอาจถึงเวลาหาทาง คุยกันอย่างเงียบๆ ด้วยสติ ก่อนที่ความขัดแย้งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมไม่ได้

คุณกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง “พูดความจริง” กับ “รักษาหน้า” อยู่หรือเปล่า?


พวกมึงจะพึมพำทำไม​ เดี่ยวกูยิงหัวแตก

พวกรวยหนี้​ มึงระวังตัวมึงไว้ให้ดีนะ​ กูอาจบุกยิงมึงถึงบ้านก่ได้นะ






















@ TRUST



by Vorapat.k& Orachorn.j

วรภัทร กุลสถิตย์ & อรชร จุกสีดา
@ TRUST
8-12-2568 

Comments