คำว่า “โรคหน้าอัมพาต” หรือที่มักเรียกกันว่า “หน้าเบี้ยว” ในภาษาพูดทั่วไป จริงๆ แล้วหมายถึง ภาวะอัมพาตของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facial Nerve Palsy) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวไม่ได้
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด:
- Bell’s Palsy: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการอักเสบของเส้นประสาทหน้าซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส (เช่น ไวรัสเริม HSV-1)
- สาเหตุอื่นๆ ได้แก่:
- การติดเชื้อ (เช่น Lyme disease, herpes zoster)
- ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน
- โรคหลอดเลือดสมอง (แต่ในกรณีนี้มักมีอาการอื่นร่วม เช่น อ่อนแรงแขนขา หรือพูดไม่ชัด)
- บาดเจ็บที่ศีรษะหรือใบหน้า
- เนื้องอกที่เบ้าสมองหรือบริเวณใบหน้า
อาการที่พบ:
- หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
- หลับตาอีกข้างไม่สนิท
- น้ำลายไหล
- รับรสชาติไม่ค่อยได้ (โดยเฉพาะด้านหน้าของลิ้น)
- อาจมีอาการปวดหลังหูก่อนเกิดอาการ
การรักษา:
- กรณี Bell’s Palsy: แพทย์มักให้ ยาสเตียรอยด์ (เช่น prednisolone) ภายใน 72 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการอักเสบ และบางกรณีอาจให้ยาต้านไวรัสร่วมด้วย
- ป้องกันตาแห้ง: ใช้น้ำตาเทียมหรือปิดตาตอนนอน
- ฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดใบหน้า (ในบางกรณี)
- ส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2–6 สัปดาห์ แต่หากไม่ดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการหน้าเบี้ยวอย่างฉับพลัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อแยกว่าเป็น Bell’s Palsy หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นมาก
หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือกังวลเรื่องสุขภาพเฉพาะตัว ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงนะคะ
โรคเอดส์ (AIDS – Acquired Immunodeficiency Syndrome) เป็นระยะสุดท้ายของ การติดเชื้อเอชไอวี (HIV – Human Immunodeficiency Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ CD4 (T-helper cells) ที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับการติดเชื้อ
🔬 ความแตกต่างระหว่าง HIV และ AIDS:
- HIV: เป็น เชื้อไวรัส ที่ติดต่อได้ แต่ผู้ติดเชื้ออาจอยู่ได้นานหลายปีโดยไม่มีอาการ หากได้รับการรักษา
- AIDS: เป็น ภาวะของโรค ที่เกิดเมื่อภูมิคุ้มกันถูกทำลายมากจนร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ทำให้เกิด "โรคติดเชื้อฉวยโอกาส" (opportunistic infections)
🚨 อาการของโรคเอดส์ (ระยะลุกลาม):
เมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 cells/mm³ หรือมีอาการรุนแรงเฉพาะ อาจมี:
- ไข้เรื้อรัง
- น้ำหนักลดมากกว่า 10% ใน 1 เดือน
- ท้องเสียเรื้อรัง
- เหงื่อออกตอนกลางคืน
- ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว
- ติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค ปอดบวมจาก Pneumocystis jirovecii หรือเชื้อราในปาก/หลอดอาหาร
🔄 การติดต่อ:
- ติดต่อได้ทาง:
- เลือด (เช่น ใช้เข็มร่วมกัน)
- น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งทางเพศ
- จากแม่สู่ลูก (ขณะตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นม)
- ไม่ติดต่อทาง:
- การสัมผัสทั่วไป เช่น จับมือ ใช้ห้องน้ำร่วม หรือกอด
- ยุงกัด หรือการไอ/จาม
💊 การรักษา:
- ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยาหายขาด แต่สามารถควบคุมเชื้อได้ด้วย ยาต้านไวรัส (ART – Antiretroviral Therapy)
- หากกินยาสม่ำเสมอ เชื้อ HIV อาจถูกกดจนตรวจไม่พบในเลือด (Undetectable = Untransmittable: U=U) → ไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นทางเพศสัมพันธ์
- ผู้ติดเชื้อที่รักษาดีๆ สามารถมีอายุยืนใกล้เคียงคนทั่วไป
✅ การป้องกัน:
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
- ตรวจเลือดก่อนมีบุตรหรือเริ่มความสัมพันธ์ใหม่
- PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis): ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง
หากคุณกังวลว่าอาจสัมผัสเชื้อ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรไปตรวจ HIV — การตรวจในปัจจุบันทำได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำมาก โดยเฉพาะถ้าตรวจหลังจากสัมผัสเชื้ออย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
ความรู้ช่วยลดอคติ และการรักษาที่ทันท่วงทีช่วยให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติได้ 💙
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจ สิทธิการรักษา หรือการดูแลตัวเอง แจ้งได้เลยนะคะ
ให้มึงรักษาตัวมึงเองกันเถอะ ก่อนที่จะมารักษาพวกกู
กูนี่แหละ อรชร จุกสีดา จบสาขา ไอที คอมพิวเตอร์ ทำsearch PHP WordPress ติดหน้าแรกบน กูเกิล ให้กับ direc tv ช่อง8 ได้เงินเดือน 120,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ตอน โควิด 19 หาวัคซีน ฉีดคน กันโรคคนบ้า นะรู้มั้ย กูเอง ในหลวง อรชร จุกสีดา ค่ะ
Comments
Post a Comment