ทำงาน 27-12-2568 by Vorapat.k(RMU.)& Orachorn.j(ฺBUU.)

 






คำว่า “โรคหน้าอัมพาต” หรือที่มักเรียกกันว่า “หน้าเบี้ยว” ในภาษาพูดทั่วไป จริงๆ แล้วหมายถึง ภาวะอัมพาตของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facial Nerve Palsy) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวไม่ได้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด:

  • Bell’s Palsy: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการอักเสบของเส้นประสาทหน้าซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส (เช่น ไวรัสเริม HSV-1)
  • สาเหตุอื่นๆ ได้แก่:
    • การติดเชื้อ (เช่น Lyme disease, herpes zoster)
    • ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน
    • โรคหลอดเลือดสมอง (แต่ในกรณีนี้มักมีอาการอื่นร่วม เช่น อ่อนแรงแขนขา หรือพูดไม่ชัด)
    • บาดเจ็บที่ศีรษะหรือใบหน้า
    • เนื้องอกที่เบ้าสมองหรือบริเวณใบหน้า

อาการที่พบ:

  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
  • หลับตาอีกข้างไม่สนิท
  • น้ำลายไหล
  • รับรสชาติไม่ค่อยได้ (โดยเฉพาะด้านหน้าของลิ้น)
  • อาจมีอาการปวดหลังหูก่อนเกิดอาการ

การรักษา:

  • กรณี Bell’s Palsy: แพทย์มักให้ ยาสเตียรอยด์ (เช่น prednisolone) ภายใน 72 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการอักเสบ และบางกรณีอาจให้ยาต้านไวรัสร่วมด้วย
  • ป้องกันตาแห้ง: ใช้น้ำตาเทียมหรือปิดตาตอนนอน
  • ฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดใบหน้า (ในบางกรณี)
  • ส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2–6 สัปดาห์ แต่หากไม่ดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการหน้าเบี้ยวอย่างฉับพลัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อแยกว่าเป็น Bell’s Palsy หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นมาก

หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือกังวลเรื่องสุขภาพเฉพาะตัว ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงนะคะ


โรคเอดส์ (AIDS – Acquired Immunodeficiency Syndrome) เป็นระยะสุดท้ายของ การติดเชื้อเอชไอวี (HIV – Human Immunodeficiency Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ CD4 (T-helper cells) ที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับการติดเชื้อ


🔬 ความแตกต่างระหว่าง HIV และ AIDS:

  • HIV: เป็น เชื้อไวรัส ที่ติดต่อได้ แต่ผู้ติดเชื้ออาจอยู่ได้นานหลายปีโดยไม่มีอาการ หากได้รับการรักษา
  • AIDS: เป็น ภาวะของโรค ที่เกิดเมื่อภูมิคุ้มกันถูกทำลายมากจนร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ทำให้เกิด "โรคติดเชื้อฉวยโอกาส" (opportunistic infections)

🚨 อาการของโรคเอดส์ (ระยะลุกลาม):

เมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 cells/mm³ หรือมีอาการรุนแรงเฉพาะ อาจมี:

  • ไข้เรื้อรัง
  • น้ำหนักลดมากกว่า 10% ใน 1 เดือน
  • ท้องเสียเรื้อรัง
  • เหงื่อออกตอนกลางคืน
  • ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว
  • ติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค ปอดบวมจาก Pneumocystis jirovecii หรือเชื้อราในปาก/หลอดอาหาร

🔄 การติดต่อ:

  • ติดต่อได้ทาง:
    • เลือด (เช่น ใช้เข็มร่วมกัน)
    • น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งทางเพศ
    • จากแม่สู่ลูก (ขณะตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นม)
  • ไม่ติดต่อทาง:
    • การสัมผัสทั่วไป เช่น จับมือ ใช้ห้องน้ำร่วม หรือกอด
    • ยุงกัด หรือการไอ/จาม

💊 การรักษา:

  • ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยาหายขาด แต่สามารถควบคุมเชื้อได้ด้วย ยาต้านไวรัส (ART – Antiretroviral Therapy)
  • หากกินยาสม่ำเสมอ เชื้อ HIV อาจถูกกดจนตรวจไม่พบในเลือด (Undetectable = Untransmittable: U=U) → ไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นทางเพศสัมพันธ์
  • ผู้ติดเชื้อที่รักษาดีๆ สามารถมีอายุยืนใกล้เคียงคนทั่วไป

✅ การป้องกัน:

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
  • ตรวจเลือดก่อนมีบุตรหรือเริ่มความสัมพันธ์ใหม่
  • PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis): ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง

หากคุณกังวลว่าอาจสัมผัสเชื้อ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรไปตรวจ HIV — การตรวจในปัจจุบันทำได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำมาก โดยเฉพาะถ้าตรวจหลังจากสัมผัสเชื้ออย่างน้อย 4–6 สัปดาห์

ความรู้ช่วยลดอคติ และการรักษาที่ทันท่วงทีช่วยให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติได้ 💙

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจ สิทธิการรักษา หรือการดูแลตัวเอง แจ้งได้เลยนะคะ


ให้มึงรักษาตัวมึงเองกันเถอะ​  ก่อนที่จะมารักษาพวกกู


กูนี่แหละ​ อรชร​ จุกสีดา​ จบสาขา​ ไอที​ คอมพิวเตอร์​  ทำsearch​ PHP​ WordPress​ ติดหน้าแรกบน​ กูเกิล​ ให้กับ​ direc tv ช่อง8​ ได้เงินเดือน​ 120,000​ บาท​ เป็นเวลา​ 6​ เดือน​ ตอน​ โควิด​ 19​ หาวัคซีน​ ฉีดคน​ กันโรคคนบ้า​ นะรู้มั้ย​ กูเอง​ ในหลวง​ อรชร​ จุกสีดา​ ค่ะ

@ TRUST


27-12-68

by Vorapat.k& Orachorn.j

วรภัทร กุลสถิตย์ & อรชร จุกสีดา

Comments