ทำงาน 26-01-2569 by Vorapat.k(RMU.)& Orachorn.j(ฺBUU.) บริษัท มุ่งมั่นวัฒนา​ จำกัด​ (มหาชน)​



บริษัท มุ่งมั่นวัฒนา​ จำกัด​ (มหาชน)


สวัสดีจ้าเช้านี้นั่งกินกาแฟลาเต้นะจ๊ะ






ต้อเนื้อที่ดวงตา

ต้อเนื้อ (Pterygium) คือภาวะที่มีเนื้อเยื่อผิดปกติลักษณะเป็นแผ่นบางสีชมพูหรือสีขาว เจริญลุกลามจากตาขาว (conjunctiva) เข้าสู่กระจกตา (cornea) มักอยู่บริเวณหัวตาหรือหางตา โดยเฉพาะด้านจมูก ลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยมหรือปีกนก

สาเหตุหลัก

  • รังสียูวีจากแสงแดด: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานหรือใช้ชีวิตกลางแจ้งบ่อย
  • ลม ฝุ่น ความร้อน: การระคายเคืองตาเรื้อรังจากสิ่งแวดล้อม
  • อายุ: มักพบในวัยกลางคนขึ้นไป แต่พบได้ทุกวัยหากสัมผัสปัจจัยเสี่ยง

อาการที่พบ

  • ตาแดง ระคายเคือง แสบตา
  • รู้สึกมีสิ่งแปลกปลอมในตา
  • น้ำตาไหลบ่อย
  • หากลุกลามถึงกลางกระจกตา: อาจทำให้มองเห็นพร่ามัวหรือสายตาผิดปกติ (เช่น สายตาเอียงเพิ่ม)

การรักษา

  1. กรณีไม่มีอาการหรืออาการน้อย:
    • ใช้น้ำตาเทียมลดอาการระคายเคือง
    • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น (ใส่แว่นกันแดด หลีกเลี่ยงฝุ่น)
  2. กรณีลุกลามเร็วหรือกระทบการมองเห็น:
    • ต้องผ่าตัดนำต้อเนื้อออก โดยอาจใช้เทคนิคปลูกถ่ายเนื้อเยื่อตาขาวเพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ

การป้องกัน

  • สวมแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสียูวี 100% เมื่ออยู่กลางแจ้ง
  • สวมหมวกปีกกว้างร่วมด้วย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น ลม ความร้อนโดยตรง
  • ใช้น้ำตาเทียมหากตาแห้งบ่อย
⚠️ ควรพบจักษุแพทย์ หากสังเกตเห็นเนื้อเยื่อผิดปกติบนตา หรือมีอาการผิดปกติ เพื่อวินิจฉัยแยกจากภาวะอื่น (เช่น ต้อลม) และรับการรักษาที่เหมาะสมก่อนลุกลามถึงกระจกตาส่วนกลาง
Copy
Ask
Explain
Translate(en-US)


ไฮเปอร์ไทรอยด์


ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) คือภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ (T3, T4) ออกมามากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ระบบเมแทบอลิซึมในร่างกายทำงานเร็วผิดปกติ

สาเหตุหลัก

  1. โรคเกรฟส์ (Graves' disease) - สาเหตุพบบ่อยที่สุด (70-80%) เป็นโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานมากเกิน
  2. ต่อมไทรอยด์เป็นพิษหลายก้อน (Toxic multinodular goiter)
  3. ไทรอยด์อักเสบ - ทำให้ฮอร์โมนที่สะสมไว้รั่วไหลออกมามากชั่วคราว
  4. การได้รับสารไอโอดีนมากเกิน หรือยาบางชนิด

อาการที่พบบ่อย

  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ
  • มือสั่น เหงื่อออกมาก ทนร้อนไม่ได้
  • น้ำหนักลด ทั้งที่กินอาหารได้ดี
  • วิตกกังวล หงุดหงิด นอนไม่หลับ
  • ตาโปน (เฉพาะในโรคเกรฟส์) ตาแห้ง ระคายเคืองตา
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจเหนื่อยง่าย
  • ประจำเดือนมาผิดปกติในผู้หญิง
  • ท้องเสีย ถ่ายบ่อย

การวินิจฉัย

  • ตรวจเลือด: TSH ต่ำ, T3/T4 สูง
  • อัลตราซาวนด์ไทรอยด์: ดูขนาดและลักษณะต่อม
  • การสแกนไทรอยด์ (Thyroid scan): แยกชนิดของสาเหตุ
  • ตรวจแอนติบอดี: เช่น TRAb สำหรับโรคเกรฟส์

การรักษา

  1. ยาต้านไทรอยด์ (Antithyroid drugs):
    • Methimazole, Propylthiouracil (PTU)
    • ใช้ 12–18 เดือน แต่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำหลังหยุดยา
  2. รังสีไอโอดีน (Radioactive iodine):
    • ทำลายเซลล์ไทรอยด์ส่วนเกิน อาจทำให้กลายเป็นภาวะไทรอยด์ต่ำภายหลัง
  3. ผ่าตัดตัดต่อมไทรอยด์บางส่วนหรือทั้งหมด:
    • ใช้ในกรณีก้อนโตมาก หรือไม่สามารถใช้วิธีอื่นได้
  4. รักษาประคับประคอง:
    • ยาลดอาการใจสั่น (Beta-blockers)
    • น้ำตาเทียมสำหรับผู้มีอาการตาแห้ง/ตาโปน

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • วิกฤติไทรอยด์เป็นพิษ (Thyroid storm): ภาวะรุนแรงฉับพลัน ไข้สูง หัวใจเต้นเร็วมาก สับสน ต้องรักษาฉุกเฉิน
  • โรคหัวใจจากไทรอยด์เป็นพิษเรื้อรัง
  • กระดูกพรุนจากฮอร์โมนไทรอยด์สูงนานๆ

คำแนะนำการดูแลตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงอาหาร/ผลิตภัณฑ์ที่มีไอโอดีนสูง (เช่น สาหร่ายทะเล กะปิ) หากแพทย์แนะนำ
  • ไม่สูบบุหรี่ (เพิ่มความเสี่ยงตาโปนในโรคเกรฟส์)
  • ติดตามตรวจเลือดสม่ำเสมอตามนัด
  • แจ้งแพทย์ก่อนใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมใดๆ
⚠️ ควรพบแพทย์เฉพาะทางต่อมไร้ท่อ หากมีอาการสงสัย เพื่อวินิจฉัยและเริ่มการรักษาแต่เนิ่นๆ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

by Vorapat.k& Orachorn.j


วรภัทร กุลสถิตย์ & อรชร จุกสีดา


26-01-69

Comments